Roman aqueduct สะพานส่งน้ำโบราณ

Roman-aqueduct

วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับท่อส่งน้ำโรมัน ซึ่งเป็นสะพานส่งน้ำที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน โดยการสร้างมีการออกแบบให้ผ่าน ‘แม่น้ำการ์ดง’ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยสะพานแห่งนี้มีความพิเศษมาก เนื่องจากทำหน้าที่เป็นระบบส่งน้ำให้แก่เมือง มีความยาวมากกว่า 50 กิโลเมตร สร้างมาเพื่อส่งน้ำจาก ‘เมืองอูว์แซ็ส’ จัดเป็นระบบส่งน้ำโบราณที่มีความพิเศษมาก เพราะท่อส่วนใหญ่อยู่ใต้ดินนับเป็นความล้ำสมัยในยุคนั้น หลังจากทำการสืบค้น นักโบราณคดีคาดการณ์ไว้ว่า สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดยสะพานแห่งนี้มีความแข็งแรงมาก มากจนถึงขนาดยืนหยัดจนถึงปัจจุบัน โดยสร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิโรมัน ซึ่งถือเป็นสะพานส่งน้ำโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ท่อส่งน้ำแห่งนี้มีชื่อว่า ‘Pont du Gard’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1985 โดยองค์การ UNESCO

มุมด้านข้างของ ‘Pont du Gard’ ปรากฏให้เห็นฐานโค้งจำนวน 3 ฐาน

ตัวสะพานมีฐานโค้งถึง 3 ชั้นมี มีความสูงถึง 48.80 เมตร สำหรับความสูงของที่ส่งน้ำนั้น ห่างกันเพียง 17 เมตรเท่านั้น และความสูงของทั้ง 2 ฝั่งนั้น มีความแตกต่างกันแค่ 2.5 เซนติเมตรเท่านั้นเอง โดยเป็นความสำเร็จทางด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง อันผสมผสานควบรวมเข้ากับความฉลาดทางด้านการก่อสร้างของชาวโรมันในอดีตเสียจริงๆ โดย ‘Pont du Gard’ นี้สามารถส่งน้ำได้ถึง 200,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน เพื่อส่งน้ำจำนวนมหาศาลเข้าไปสู่ระบบน้ำในเมืองใช้ในการอุปโภค – บริโภค ,ทำให้น้ำพุต่างๆ มีความสวยงาม รวมทั้งยังส่งไปยังโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ ‘Pont du Gard’ ถูกใช้งานมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 6 เพราะจากการขาดการบำรุงรักษา ในช่วงศตวรรษที่ 14 ระบบส่งน้ำเริ่มอุดตันเพราะการสะสมของแร่ธาตุ

เมื่อโรมันล่มสลาย ‘Pont du Gard’ ก็ค่อยๆ เสื่อมลงตาม

หลังจากยุคของจักรวรรดิโรมันจบสิ้นลง ทำให้ระบบส่งน้ำถูกทิ้งร้าง โดยตัวสะพานได้ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยมีการเก็บค่าผ่านทางถ้าต้องการข้ามแม่น้ำ โดยบรรดาผู้มีอำนาจในสมัยนั้น หมั่นหาเงินเพื่อมาบำรุงซ่อมแซมอยู่เสมอ เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 หินค่อยๆ ผุกร่อนลงมาตามกาลเวลา และนับตั้งแต่นั้นมา ‘Pont du Gard’ ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ 18 – 21 ภายใต้การนำของรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่น ในปี ค.ศ. 2000 ทางภาครัฐได้เปิดศูนย์บริการนักเดินทางแห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อดึงดูดผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งในปัจจุบัน ‘Pont du Gard’ กลายมาเป็นแหล่งดึงดูดผู้คนอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส